บทความหนังเรื่อง“Avatar”(อวตาร, อวทาร์)

วันที่เข้าฉาย2009-12-17
แนวหนังไซ-ไฟ
ผู้กำกับเจมส์ คาเมรอน
นักแสดงแซม วอชิงตัน, ซิกเกอร์นี่ วีเวอร์, มิเชล โรดิเกซ

คลิป วิดีโอ : ตัวอย่าง Avatar
งานชิ้นใหม่ของ เจมส์ คาเมรอน หนัง ไซ-ไฟ ที่ต้องจับตามอง

เจค อดีตนาวิกโยธินหนุ่มที่เป็นอัมพาตครึ่งตัว ที่ถูกเรียกมาปฎิบัติหน้าที่ในภารกิจพิเศษ ที่จะต้อง เปลี่ยนร่างกายของเขา (อวตาร) ให้กลายเป็นชาวมนุษย์ต่างดาวที่อาศัยอยู่ที่ดาวแพนดอร่า โดยเจค ต้องเข้าไปสอดแนมในกลุ่มของนาวี เพื่อนำทางให้มนุษย์เข้าไปตักตวงแร่อันมีค่าของที่นั่น แต่ยิ่งเจค ได้สัมผัสชีวิตบนดาว แพนดอร่า มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหลงใหลในความงามของที่นี่มากขึ้นเท่านั้น ท้ายที่สุดเขาต้องเลือกระหว่างภารกิจที่เขาได้รับมอบหมายจากโลก และความรักความผูกพันที่มีต่อชาวนาวี ในสงครามที่มีอนาคตของโลกมนุษย์เป็นเดิมพัน

----------------------------------------------------------------

“Avatar”ทุ่มทุนสร้างมโหฬารที่สุดของ”ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์”เชื่อทะลุ 300 ล้านดอลล์
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเจมส์ จิอันโนปูลอส ประธานร่วมและซีอีโอของ “ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์” เปิดเผยว่า ภาพยนตร ์“Avatar“หรือ“อวตาร”หนังแนวไฮไฟ 3 มิติ สร้างโดยผู้กำกับชื่อดังนักสร้างหนังฟอร์มยักษ ์”เจมส์ คาเมรอน” ถือเป็นภาพยนตร์ที่ใช้งบสร้างมากที่สุด ของฟ็อกซ์ แต่นายเจมส์ปฎิเสธที่จะเปิดเผยตัวเลข

ขณะที่“วอลล์สตรีท เจอร์นัล” ประเมินว่า ตัวเลขงบสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้จะอยู่ที่ราวเกินกว่า 300 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่ามากกว่างบทุนสร้างภาพยนตร์เรื่อง “Pirates of the caribbean” ของ”ฟ็อกซ์” ที่ใช้ทุนสร้าง 300 ล้านดอลลาร์ และ “ไททานิค” ของเจมส์ คาเมรอน เอง ที่ใช้ทุนสร้าง 200 ล้านดอลลาร์

ที่มา/มติชน
…………………………………………………….

จุดเปลี่ยนของวงการหนัง กับ เจมส์ คาเมรอนกับ 12 สัญณาณที่ หนัง AVATAR จะทำเงินมากกว่า Titanic (และคาดว่ารายได้รวมจะมากกว่า 6.5 หมื่นล้านบาท)

1. 21 สิงหาเป็นวันแรกที่ ได้ฉายตัวอย่างหนัง 15 นาทีเรื่องนี้ฉายพร้อมกันทั่วโลก คนแห่แหนเข้าเวบเพื่อจองที่นั่งเพื่อชม ตัวอย่างหนัง ซึ่งมีคนเข้าชมมากกว่า 10 ล้านคนในช่วงเวลาชั่วโมงแรกจนทำให้เวบจองตั๋วล่มไปหลายชั่วโมง พอจองได้ เพียง ชั่วโมงเดียวตั๋วก็เต็มอย่างรวดเร็ว พอถึงคราวออก ตัวอย่างหนังแบบออนไลน์บนเวบแอปเปิ้ล ก็มีคนเปิดดูวันแรกผ่านเวบถึง 4 ล้านคนซึ่งถึงเป็นตัวอย่างที่เปิดดูสูงสุด ทิ้งห่างที่ 2 แค่ 1.7 ล้านคน

2. เป็นหนัง ทุนสร้างสูงที่สุด คาเมรอน ควักเนื้อตัวเองเพื่อสร้างกล้องแบบใหม่ ไฮเทค สำหรับหนังเรื่องนี้ ราคากล้องย่อมเยาว์แค่ 7 ล้านเหรียญ หรือ 245 ล้านบาท และรวมทุนสร้างหนังทั้งหมดรวมการตลาด ราวๆ 500 ล้านเหรียญหรือเท่ากับ ทุนการสร้างทไวไลท์ นิวมูน ได้ 10 รอบ (นิวมูนทุน 50 ล้านเหรียญ) และทุกค่ายหนังใหญ่ในอเมริกาเห็นตรงกันว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังฟอรม์บิ๊ก บึ้มสุดยอดจึงยอมไม่ปล่อยหนังใหญ่เรื่องอื่นใดในระยะเวลา 5 สัปดาห์ที่อวาทาร์เข้าฉาย

3. คาเมรอน เขียนบท Avatar 80 หน้ามาตั้งแต่ 1995 แต่เพราะเทคโนโลยีในช่วงนั้นยังไม่ดีพอ และโรงไอแมกซ์สามมิติยังน้อยมากไม่ถึง 100 โรง หลังจากสร้าง Titanic เสร็จเก็บเงินไป 1,800 ล้านเหรียญ หรือ 64,000 ล้านบาทและตุ๊กตาทอง 11 รางวัล จึงหยุดสร้างภาพยนตร์ทำเงินใหญ่ๆ ทั้งหลาย เป็นเวลานานถึง 11 ปี แล้วหันมาค้นคว้าและพัฒนากล้องถ่ายภาพยนตร์ 3 มิติที่เรียกว่า ฟิวชัน คาเมรา ซิสเตม เพื่อใช้กับ อวาทาร์ โดยเฉพาะใช้เวลาในการสร้างหนังเรื่องเดียวถึง 4 ปีซึ่งนานที่สุดในชีวิตของเค้า โดยหนังจะฉายบนจอสามมิติทั่วโลกกว่า 3000 จอ แต่จะมีรูปแบบพิเศษที่ใหญ่สุดๆ สามมิติทะลุ บนจอไอแมกซ์

4. หนังยาวแค่ 165 นาที !!!! (แค่ 2 ชั่วโมง 45) สาเหตุเดียวที่ คาเมรอนยอมตัดใจเหลือแค่นี้ก็เพราะว่า ถาดไอแมกซ์ซึ่งจะเป็นหนึ่งในฟอรแมตที่ดีที่สุดที่จะ ดูอวาทาร์บนจอยักษ์นั้น จุความยาวหนังได้สูงสุดแค่ 165 นาที ดังนั้น คาเมรอนจึงยอมตัดใจหั่นหนังให้สั้นลงกว่าที่อยากจะฉาย แต่ยังคงเป็นหนังที่ฉายในรูปแบบสามมิติไอแมกซ์ที่ยาวที่สุดในรอบ 40 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ก่อตั้งไอแมกซ์มา

5. Avatar สร้างนวัตกรรมใหม่ เป็นภาพยนตร์ที่ผสมผสานระหว่างคนแสดงกับการสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์ให้ดูสม จริงเสมือนภาพถ่าย จนแยะแยะไม่ออก โดยสามารถย้ายฉาก เปลี่ยนเวลา บนท้องฟ้า พระอาทิตย์ขึ้น พระจันทร์เสี้ยว ก็ได้ หรือจะเปลี่ยนเวลาเช้า สาย บ่าย เย็น หรือกลางคืนก็ได้ควบคุมองค์ประกอบและงานออกแบบได้ทั้งหมด

6. เทคนิคโมชันแคปเจอร์ที่ใช้กันทั่วไปนั้น จะเก็บภาพการเคลื่อนไหวของนักแสดงบนจอสีฟ้าหรือสีเขียว แล้วค่อยแทรกภาพฉากเข้ามาทีหลัง แต่เทคโนโลยีใหม่ของ คาเมรอน สามารถแทรกภาพนักแสดงที่กำลังแสดงแบบสดๆ กับฉากหลังที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์ เข้ามาในจอได้พร้อมๆ กันแบบเรียลไทม์

7. นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า เดอะ โวลุม ซึ่งใช้จับท่าทางของนักแสดงได้ดีกว่าเดิม โดยเฉพาะการแสดงสีหน้า และ เทคโนโลยีอีกแบบหนึ่งที่เพิ่งเริ่มใช้กับอวาทาร์เป็นเรื่องแรกก็คือ เวอร์ชวล 3D คาแมรา ซึ่งได้พัฒนาร่วมกันโดยตัว เจมส์ คาเมรอนกับ วินซ์ พาส และ วีต้า ดิจิตอล เวิรคส์ ช่วยกันทำงานอย่างแข็งขันเพื่อผลิตภาพ สเปเชียลเอฟเฟกต์ สุดอลังการ

8. เจมส์ย้ำอีกครั้งว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ใช่ภาพยนตร์อนิเมชั่นแต่เป็น ภาพยนตร์ที่คนแสดงจริงๆ แต่ใช้ CGI กราฟฟิกเข้าช่วยให้สมจริงเข้าช่วย โดยแต่ละฉากที่ท่านเห็นคือคนแสดงจริงๆและใช้เครื่องมือที่จับหน้าตา ท่าทาง การแสดงออกซึ่งรวมถึงแววตาและรอยเหี่ยวย่นรอบดวงตาหรือการเกร็งของริมฝีปาก ของนักแสดงก็สามารถเห็นได้อย่างละเอียดยิบ มาขึ้นบนจอและใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิกเขาช่วยแปลง การที่แคเมรอนต้องลงทุนทำถึงขนาดนี้เพราะต้องการให้คนที่แปลงเป็นชาวต่างดาว นั้นไม่ต้องเสียเวลาทำเมคอัพและแต่งตัวเพื่อแสดงวันละ 4-5 ชั่วโมงทุกๆวัน เพื่อให้การแก้ไขรูปลักษณ์สุดท้ายสามารถทำได้ง่ายในคอมพิวเตอร์ โดยคาแมรอน บอกว่าสามารถควบคุมอากาศพระอาทิตย์ขึ้นลงได้เหมือนเป็นพระเจ้า

9. ภาษาต่างดาวของชาวนาวีที่พูดๆกันในเรื่องไมได้พูดมั่วๆ ติ๊ต่างขึ้นมาเอง เพราะคนอย่างคาแมรอนจ้างศาสตราจารย์ทางด้านภาษาศาสตร์จากแคนาดา ให้สร้าง ภาษาต่างดาวใหม่ของชาวแพนดอรา ขึ้นมาตามหลักแกรมม่าและหลักภาษาสากล

10. หนังเรื่องนี้สร้างขึ้นมาให้เป็นสามมิติแบบเรืองแสง คนดูจะหลุดเข้าไปในโลกแพนโดราที่มีพระเอกหล่อล่ำ แซม วอร์ทิงทัน ที่แสดงในคนเหล็ก 4 แสดงนำ

11. คาแมรอนเองบอกว่า ตนจะได้เงินคืนเมื่อมีคนดูรายได้ พันล้านเหรียญดังนั้นจึงจะต้องให้ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วโลกฉายพร้อมกัน แต่จะดูให้เด็ดที่สุดต้องดูแบบสามมิติบนจอยักษ์ไอแมกซ์เท่านั้น และเชื่อว่าจะมีคนดูซ้ำหลายๆรอบเพื่อเก็บรายละเอียดหนังที่ฉายบนจอยักษ์เท่า ตึกแปดชั้น และมั่นใจสุดยอดว่า เงินพันล้านเหรียญจะได้มาชิวๆจึงเซ็นสัญญากับนักแสดงทั้งหมดอีก 2 ภาคต่อ เตรียมออกเป็นหนัง ไตรภาคเพื่อแข่งกับ สตาร์วอรส์ และ เดอะ แมทริกซ์

12. ถ้าจะดูอวาทาร์บนจอไอแมกซ์แนะนำให้จองกันล่วงหน้า ก่อนหนังเข้าฉายวันที่ 17 ธันวาคม ที่ขายตั๋วไอแมกซ์หรือเวบไทยทิกเก็ตเพราะเมื่อครั้ง ทรานสฟอรเมอรส์ 2 ฉายที่ไอแมกซ์ สองสัปดาห์แรกที่เข้าฉายเต็มทุกที่นั่งเพราะเมืองไทยมีไอแมกซ์แค่โรงเดียว

บทความหนังเรื่อง“Avatar”(อวตาร, อวทาร์)
แท็ก: Avatar, ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์, อวตาร, อวทาร์